บทที่ 8 ของที่ฝากไว้
ภูเมืองนอนบนโซฟาห้องสืบสวนได้ 3 ชั่วโมง
จ่าเนศปลุกด้วยการแตะพนัก ไม่ใช่เขย่าไหล่เหมือนทุกครั้ง
“หมอให้คุยกับวิเชียรได้ช่วงเก้าโมงครับ”
เขาลุกนั่ง ผ้าขนหนูที่คลุมตาหล่นลงบนตัก
“นายได้นอนหรือยัง”
“ดาบชัชมารับช่วงแล้วครับ ผมกลับไปนอนบ้าน”
ภูเมืองพยักหน้า ก่อนก้มมองเสื้อตัวเอง
“มีเสื้อสำรองในรถครับ” จ่าเนศบอก “แต่ของผมนะ ท่านใส่แล้วอย่าบ่น”
20 นาทีต่อมา ภูเมืองยืนพับแขนเสื้อหน้ากระจกห้องน้ำ ข้อมือสั้นไปนิดหนึ่ง เขาปล่อยไว้อย่างนั้น
วิเชียรมองภาพจากกล้องหน้าร้านแล้วหลบตา
พนักงานสอบสวนวางภาพไว้บนโต๊ะที่เลื่อนคร่อมเตียง ไม่เร่งถาม ภูเมืองนั่งเยื้องออกมา พอให้คนเจ็บเห็นประตู
“ผมไม่ได้บอกว่าไม่รู้จักอรนะครับ” วิเชียรพูดในที่สุด
“ครับ แต่ยังไม่ได้เล่าว่าพาเขาไปรับรถ”
“คิดว่าไม่เกี่ยว”
ภูเมืองมองรอยช้ำบนข้อมือเขา
“คุณไม่ต้องตัดสินให้เราครับ เล่าเท่าที่จำได้ ถ้าจำไม่ได้ก็บอก”
วิเชียรใช้นิ้วถูตะเข็บผ้าห่ม
“อรขอให้ไปส่ง ผมก็ไปส่ง แล้วกลับมาทำงาน ตอนค่ำเขาโทรมาอีกที ให้เปิดอาคาร เรื่องมันแค่นั้นจริง ๆ”
“อรเคยทำงานอะไรกับคุณครับ”
“ทำบัญชีที่โกดัง ผมเป็นคนขับรถกับดูแลของ”
เขาบอกชื่อกิจการและสถานที่ เจ้าหน้าที่จดไว้ก่อนถามต่อ
“อรบอกไหมว่าจะเอาอะไรจากอาคาร”
วิเชียรส่ายหน้า คราวนี้พนักงานสอบสวนเลื่อนภาพอีกใบให้ดู
กุญแจทองเหลืองแต้มสีแดง
ชายบนเตียงหยุดขยับนิ้ว
“เคยเห็นไหมครับ”
“ของอรหรือ”
“อยากทราบว่าคุณเคยเห็นมาก่อนไหม”
เขามองภูเมืองเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มคุย
“อยู่ในกล่องครับ”
อรพรรณฝากกล่องเหล็กไว้กับวิเชียรเมื่อหลายเดือนก่อน
เขาไม่แน่ใจว่าเดือนไหน แต่จำได้ว่าเป็นช่วงที่หลังคาโกดังเก่ารั่ว เขากำลังรับงานซ่อมอยู่ที่อ่างเก็บน้ำ
เธอขอให้เก็บในอาคารซึ่งไม่ค่อยมีคนใช้
“ทำไมไม่เก็บเองครับ”
“บอกว่ากำลังย้ายบ้าน กลัวหาย”
“คุณเปิดดู?”
วิเชียรเงียบ ก่อนพยักหน้า
“มันไม่ได้ล็อก ผมยกแล้วข้างในขยับ เลยเปิดดูว่าแตกไหม”
ภูเมืองนั่งนิ่งขณะเจ้าหน้าที่ถามว่าพบอะไร
“รูปถ่าย กระดาษ แล้วก็กุญแจใส่ถุง มีสีแดง ผมจำได้เพราะตอนแรกคิดว่าเปื้อนเลือด”
“ยังจำรูปได้ไหมครับ”
“เด็กผู้หญิง แต่มีหลายใบ ผมไม่ได้ดูทุกใบ”
“เมื่อคืนก่อน อรมาเอากล่องนี้หรือครับ”
“ครับ ผมพาเขาไปตรงชั้นในสุด”
เขาหันมองประตูอีกครั้ง
“ผู้ชายที่มาด้วยบอกให้ผมออกไปรอ ผมยังไม่ทันเดินถึงประตูก็โดนตี”
พนักงานสอบสวนถามถึงเสียง รูปร่าง และเสื้อผ้า วิเชียรตอบได้บางข้อแล้วเริ่มเหนื่อย ทุกคนจึงหยุดให้พัก
ก่อนเก็บภาพ ภูเมืองถามเพียงข้อเดียว
“ตอนคุณเปิดกล่องเมื่อหลายเดือนก่อน รูปเด็กผู้หญิงเป็นรูปเก่าหรือรูปใหม่”
“เก่าครับ ขอบมันเหลืองแล้ว มีรูปชุดนักเรียนด้วย”
ภูเมืองก้มจด ทั้งที่จำได้ทุกคำ
กล่องเหล็กยังไม่อยู่ในรายการสิ่งที่พบในอาคาร
ดาบชัชรับเรื่องไปตรวจเพิ่ม ส่วนพนักงานสอบสวนประสานตรวจประวัติของอรพรรณและกิจการเก่า
การยืนยันตัวผู้ตายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ชื่อที่ทุกคนใช้จึงมีคำว่า ‘คาดว่า’ กำกับในเอกสาร
ภูเมืองออกมายืนริมหน้าต่าง เขาควรโทรบอกพ่อเรื่องรูปถ่ายหรือรอให้เห็นด้วยตัวเองก่อน
เขาเลือกอย่างหลัง
มือที่ถือโทรศัพท์ค้างอยู่จนเสียงหนึ่งดังจากข้างหลัง
“วันนี้เสื้อเปลี่ยนไปนะคะ”
นวลละออยืนถือแก้วน้ำอยู่ห่างออกไป เขาก้มมองแขนเสื้อ
“ของจ่าเนศครับ”
“ถึงว่าค่ะ”
“สั้นมากหรือ”
เธอส่ายหน้า แต่ยิ้มตอนยกแก้วขึ้นดื่ม
เขาเก็บโทรศัพท์แล้วถามว่าแม่เธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบว่าสบายดี ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องแม่
“หมายถึงเมื่อคืนได้กลับไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ” เขารีบอธิบาย
“ได้ค่ะ แม่ทำแกงจืดไว้”
“ดีแล้วครับ”
เขาพูดเพียงเท่านั้น กลับทำให้เธออยากเล่าต่อมากกว่าตอนถูกถาม
“แม่ให้รูปเก่ามาด้วย มีรูปพี่สาวฉัน”
ภูเมืองหันมอง
“คนที่หมอคิดว่าได้ยินเสียงหรือครับ”
เธอพยักหน้า
“พี่เสียไปนานแล้วค่ะ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“ผมเสียใจด้วยนะครับ”
นวลละออบิดฝาแก้วให้แน่นขึ้น เธอไม่ได้บอกเขาว่าชื่อพี่คืออะไร และเขาก็ไม่ได้ถาม
ดาบชัชโทรเข้ามาตอนภูเมืองกำลังลงบันได
“เจอรอยลากฝุ่นตรงชั้นในสุดครับ ขนาดพอเป็นกล่อง แต่กล่องไม่อยู่ มีของตกค้างหลังชั้น”
“อะไร”
“ซองใส่รูปครับ ปากซองขาด มีรูปติดอยู่ข้างในใบหนึ่ง เจ้าหน้าที่กำลังเก็บ”
ภูเมืองหยุดบนชานพัก
“ส่งภาพที่บันทึกไว้มาได้ไหม”
เขารอโดยไม่วางสาย ข้อความเข้าหลังจากนั้นไม่นาน
ซองกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่บนพื้น รูปขนาดเล็กโผล่จากรอยขาด เห็นเด็กหญิงสองคนยืนข้างกัน คนหนึ่งจับสายกระเป๋านักเรียน อีกคนยกมือบังแดด
ขอบภาพถูกพับจนใบหน้าหายไปเกือบครึ่ง
ด้านหลังซึ่งหงายขึ้นมีลายมือเขียนชื่อไว้
ภาวดี — นวลจันทร์
ภูเมืองอ่านซ้ำ ก่อนเปิดสมุดของตัวเอง เขาจดทั้งสองชื่อลงบนบรรทัดใหม่ โดยยังไม่รู้ว่าชื่อที่ 2 เป็นของใคร
